พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546
-----------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน



พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติ บางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 48 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย หากมาแจ้งรายการเกี่ยวกับชนิดและจำนวนของสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในความครอบครองของตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ให้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
หากเจ้าหน้าที่หรือผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไป ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพการเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองของผู้นั้นว่าอยู่ในสภาพอันสมควรและปลอดภัยแก่สัตว์นั้นเพียงใด หากเห็นว่าสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นได้รับการเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่ในสภาพอันสมควร และปลอดภัยให้อธิบดีอนุญาตให้ผู้นั้นครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไปได้ โดยออกใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวไว้ให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ใบอนุญาตดังกล่าวให้มีอายุเพียงเท่าอายุของสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยการเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ และเมื่อสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นตามหรือเพิ่มจำนวนขึ้นโดยการสืบพันธุ์ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเพิ่มจำนวน หรือตาย
หากผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไป หรือเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบตามวรรคหนึ่งแล้ว เห็นว่าสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นไม่อาจได้รับการเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่ในสภาพอันสมควรและปลอดภัยได้ ให้
                                                         
เจ้าของหรือผู้ครอบครองจำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นให้แก่ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะตาม มาตรา 29 แห่ง พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 หรือจำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตาม มาตรา 17 แห่ง พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ให้แก่ผู้รับใบอนุญาตเพาะพันธุ์ตาม มาตรา 18 แห่ง พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตจากอธิบดี แล้วแต่กรณี และเมื่อสิ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ยังมีสัตว์ป่าคุ้มครองเหลืออยู่เท่าใดให้สัตว์ป่าคุ้มครองนั้นตกเป็นของแผ่นดิน และให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองส่งมอบสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หรือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือกรมประมง แล้วแต่กรณี เพื่อนำไปดำเนินการ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
แบบและวิธีการแจ้งและ การออกใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวให้เป็นไป ตามกฎกระทรวงที่ออกตามความใน มาตรา 61 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันมีผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ชอบด้วย กฎหมายจำนวนมากที่ไม่ได้นำสัตว์ป่าคุ้มครองมามอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา 66 หรือไม่ได้มาแจ้งรายการเกี่ยวกับชนิดและจำนวนของสัตว์ป่าคุ้มครองตาม มาตรา 67 แห่ง พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมดูแล ให้ผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองได้ สมควรกำหนดให้ผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาแจ้ง การครอบครองและขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าว ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่ต้องรับโทษ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
(รก. ล.120 ต.41 ก น.1)

 

:: กฎกระทรวง กำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-2

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 5 และ มาตรา 17 แห่ง พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 31 มาตรา 36 มาตรา 48 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
(2) กฎกระทรวง ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
ข้อ 2 ให้สัตว์ป่าคุ้มครองตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้

สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
1. กระจงเล็ก (Tragulus javanicus)
2. กวางป่า (Cervus unicolor)
3. ชะมดเช็ดหรือชะมดเชียง (Viverricula indica หรือ Viverricula malaccensis)
4. ทราย หรือเนื้อทราย หรือตามะแน (Axis porcinus หรือ Cervus porcinus)
5. ลิงกัง (Macaca nemestrina)
6. ลิงวอก (Macaca mulatta)
7. ลิงแสม (Macaca fascicularis)
8. อีเก้ง หรือเก้ง หรือฟาน (Muntiacus muntjak)

สัตว์ป่าจำพวกนก
1. ไก่จุก (Rollulus rouloul)
2. ไก่ป่า (Gallus gallus)
3. ไก่ฟ้าพญาลอ (Lophura diardi)
4. ไก่ฟ้าหน้าเขียว (Lophura ignita)
5. ไก่ฟ้าหลังขาว (Lophura nycthemera)
6. ไก่ฟ้าหลังเทา (Lophura leucomelanos หรือ Lophura leucomelana)
7. ไก่ฟ้าหางลายขวาง (Syrmaticus humiae)
8. นกกระทาดงแข้งเขียว (Arborophila chloropus)
9. นกกระทาดงคอสีแสด (Arborophila rufogularis)
10. นกกระทาดงจันทบูรณ์ (Arborophila diversa หรือ Arborophila cambodiana)
11. นกกระทาดงปักษ์ใต้ (Arborophila charltonii)
12. นกกระทาดงอกสีน้ำตาล (Arborophila brunneopectus)
13. นกกระทาทุ่ง (Francolinus pintadeanus)
14. นกกะรางคอดำหรือนกซอฮู้ (Garrulax chinensis)
15. นกกะรางสร้อยคอเล็ก (Garrulax monileger)
16. นกกะรางสร้อยคอใหญ่ (Garrulax pectoralis)
17. นกกะรางหัวหงอก (Garrulax leucolophus)
18. นกกะรางอกสีน้ำตาลไหม้ (Garrulax strepitans)
19. นกกะลิงหรือนกกะแล (Psittacula finschii)
20. นกกางเขนดง หรือ นกบินหลาดง หรือ นกบินหลาควน หรือ นกจิงปุ๊ย (Copsychus malabaricus)
21. นกกางเขนบ้าน หรือ นกบินหลาบ้าน หรือนกอีแจ้บ หรือนกจีจู๊ (Copsychus saularis)
22. นกกิ้งโครงคอดำ (Gracupica nigricollis หรือ Sturnus nigricollis)
23. นกแก้วโม่ง (Psittacula eupatria)
24. นกแก้วหัวแพร (Psittacula roseata)
25. นกขุนทอง (Gracula religiosa)
26. นกแขกเต้า (Psittacula alexandri)
27. นกปรอดหัวโขน หรือ นกกรงหัวจุก (Pycnonotus jocosus)
28. นกยูง (Pavo muticus)
29. นกแว่นสีเทา หรือ นกแว่นเหนือ (Polyplectron bicalcaratum)
30. นกแว่นสีน้ำตาล หรือ นกแว่นใต้ (Polyplectron malacense)
31. นกหกเล็กปากดำ (Loriculus galgulus)
32. นกหกเล็กปากแดง (Loriculus vernalis)
33. นกหกใหญ่ (Psittinus cyanurus)
34. นกหว้า (Argusianus argus)
35. นกเอี้ยงสาริกา หรือ นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis)
36. นกเอี้ยงหงอน (Acridotheres grandis หรือ Acridotheres javanicus)
37. เป็ดคับแค (Nettapus coromandelianus)
38. เป็ดแดง (Dendrocygna javanica)
39. เป็ดเทา (anas poecilorhyncha)
40. เป็ดลาย (Anas querquedula)
41. เป็ดหงส์ (Sarkidiornis melanotos)
42. เป็ดหางแหลม (Anas acuta)

สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน
1. งูสิง (Ptyas korros)
2. งูสิงหางลายหรืองูสิงลาย (Ptyas mucosus)
3. งูหลาม (Python molurus bivittatus)
4. งูเหลือม (Python reticulatus)
5. จระเข้น้ำเค็ม (Crocodylus porosus)
6. จระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis)

สัตว์ป่าจำพวกสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
1. กบทูดหรือเขียดแลว (Limnonectes blythii หรือ Rana blythii)

สัตว์ป่าจำพวกปลา
1. ปลาตะพัดหรือปลาอโรวาน่า (Scleropages formosus)
2. ปลาเสือตอ หรือปลาเสือ หรือปลาลาด (Coius microlepis)

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และ กฎกระทรวง ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ต่างได้กำหนดสัตว์ป่าคุ้มครองบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ไว้เป็นเอกเทศจากกัน ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการบังคับใช้กฎหมาย ประกอบกับมีสัตว์ป่าคุ้มครองบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่สามารถเพาะพันธุ์ได้ที่ควรได้รับการส่งเสริมให้มีการเพาะพันธุ์เพิ่มเติม เพื่อป้องกันมิให้สูญพันธุ์ และเพื่ออนุญาตให้บุคคลมีไว้ในครอบครอง ค้า และเพาะพันธุ์ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงสมควรที่จะปรับปรุงกฎกระทรวงทั้งสองฉบับดังกล่าวเสียใหม่โดยรวมเป็นกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน พร้อมกับกำหนดสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ใช้กฎหมาย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

                                                                                                                                                กลับไปหน้าสารบัญหลักแหล่งความรู้

กลับไปหน้าสารบัญหลัก

 

กลับไปหน้าสารบัญหลัก