โรค Psittacine Beak and Feather Dusease (PBFD)
และ
โรค Avian Polyoma


 

 

อะไรคือสาเหตุของโรค ?
โรค Psittacine Beak and Feather Dusease (PBFD) และ โรค Avian Polyoma มีสาเหตุมาจากเชื้อ Psittacine Beak and Feather Dusease Virus (PBFDV) และ Avian Polyoma Virus (APV) ตามลำดับ

พบการติดเชื้อไวรัสนี้ในนกอะไรได้บ้าง ?
โรคทั้งสองชนิดนี้มักพบในนกตระกูลปากขอ เช่น นกหงส์หยก  นกแก้ว นกอัฟฟริกันเกรย์  นกแก้วริงค์เน็ค   นกกระตั้ว  และนกมารคอร์ เป็นต้น

อาการเป็นอย่างไร ?   
อาการของนกที่เป็นโรค PBFD และ Avian Polyoma  จะมีลักษณะใกล้เคียงกัน คือ นกจะมีอาการเส้นขนหลุดร่วง  ก้านขนเปราะแตกหักง่าย และก้านขนไม่พัฒนา ทำให้ขนหงิกงอ มีการทำลายเซลล์บริเวณจงอยปากทำให้จงอยปากผิดรูปร่าง เช่น จงอยปากยาวผิดปกติ และยังทำให้จงอยปากกร่อนได้ง่าย

นอกจากนี้ยังพบว่านกที่ติดเชื้อไวรัสนี้จะมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นสาเหตุทำให้นกป่วยตายด้วยโรคคิดเชื้อแทรกซ้อนจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา

นกที่หายจากโรคนี้จะยังมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้แต่จะเป็นพาหะในการแพร่เชื้อสู่นกอื่นๆ บริเวณข้างเคียงได้โดยฝุ่นขนและอุจจาระ

ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่านกติดเชื้อ ?


เนื่องจากอาการแสดงของทั้งสองโรคคล้ายคลึงกันมากทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยโดยการสังเกตอาการได้  นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อไวรัสทั้งสองในนกที่มีสุขภาพปกติ  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการตรวจหาตัวเชื้อไวรัสโดยตรงด้วยวิธีที่เรียกว่า “Multiplex Polymerase Chain Reaction (Multiplex PCR) ซึ่งในการตรวจหนึ่งครั้งจะสามารถรู้ผลการตรวจของทั้ง 2 โรคพร้อมกัน

ส่งตรวจได้ที่ใด และ มีอัตราค่าบริการอย่างไร ? 


ข้อมูลจากหน่วยรับตัวอย่างและรายงานผลกลาง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2549 ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขของหน่วยงานดังกล่าว

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02-441-5242 ถึง 4 ต่อ 1113 หรือ 1921

           ทางห้องปฏิบัติการจะตอบผลการตรวจภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากที่ส่งตัวอย่างมาตรวจ ซึ่งสามารถทราบผลการตรวจทั้ง 2 โรค             โดยมีอัตราค่าบริการดังนี้
                                                  ส่งตรวจ 1-4   ตัวอย่าง                        ราคา 500 บาท / 1 ตัวอย่าง
                                                  ส่งตรวจ 5-10 ตัวอย่าง                        ราคา 450 บาท / 1 ตัวอย่าง
                                                  ส่งตรวจ 11 ตัวอย่างขึ้นไป                   ราคา 400 บาท / 1 ตัวอย่าง

 


วิธีการเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจสามารถทำได้อย่างไรบ้าง ?


วิธีเจาะเลือดในหลอดที่ป้องกันเลือดแข็งตัว

เจาะเลือดจากเส้นเลือดดำบริเวณปีก (wing vein) ปริมาณ 0.5 มิลลิลิตร ใส่เลือดที่เจาะได้ในหลอดเก็บเลือดที่มีสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด ชนิด heparin หรือ EDTA ผสมให้เข้ากันเบาๆ และเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ไม่ควรเกิน 48 ชั่วโมง ก่อนส่งตรวจ


วิธีการส่งขนนกที่มีกระเปาะโคนขน (feather bulb)
ทำการถอนขนเส้นที่มีขนาดใหญ่ จำนวน 3 เส้น โดยเลือกขนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร เช่น เส้นขนปีกหลัก (primaries๗ เส้นขนปีกรอง (secondaries) เส้นขนปีกชั้นในขนาดใหญ่ (greater coverts) หรือเส้นขนหาง (tail) ถอนขนนกให้หลุดออกมาพร้อมกับกระเปาะโคนขน (feather bulb) จากนั้นนำใส่ซองพลาสติก ส่งถึงห้องปฏิบัติการภายใน 2-3 วัน หากต้องการยืดเวลาการเก็บรักษาระหว่างการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ให้นำขนไปตากแห้งและส่งตรวจถึงห้องปฏิบัติการภายใน 2 สัปดาห์


วิธีเจาะเลือดหยดลงบนกระดาษกรอง (Dry-blood spot)
เจาะเลือดจากเส้นเลือดดำบริเวณปีก (wing vein) หรือ ตัดเล็บให้มีเลือดหยดออกมา นำเลือด 1 หยด หยดลงบนกระดาษกรอง Watchman’s paper ผึ่งให้แห้งจากนั้นนำใส่ซองพลาดสติก ส่งถึงห้องปฏิบัติการภายนใน 2-3 วัน



หมายเหตุ


***    ตัวอย่างเลือดเหมาะสำหรับการตรวจหาเชื้อ APV
***    ตัวอย่างกระเปาะขนเหมาะสำหรับการตรวจหาเชื้อ PBFDV
***    การเก็บตัวอย่างเพื่อส่งห้องปฏิบัติการ ให้ระบุ
***    ชนิดนก  ชื่อนก  หรือหมายเลขประจำตัว  และวันที่เก็บตัวอย่าง




                                                                                                                                                   กลับไปหน้าสารบัญหลักแหล่งความรู้

กลับไปหน้าสารบัญหลัก

 

กลับไปหน้าสารบัญหลัก