ขั้นตอนมีดังนี้ :-
วิธีที่ 1 เจาะเลือดเก็บในหลอดที่มีสารป้องกันเลือดแข็งตัว
เจาะเลือดจากเส้นเลือดดำบริเวณปีก (wing vein) ปริมาณ 0.5 มิลลิลิตร ใส่เลือดที่เจาะได้ในหลอดเก็บเลือดที่มีสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด ชนิด heparin หรือ EDTA ผสมให้เข้ากันเบาๆ และเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ไม่ควรเกิน 48 ชั่วโมง ก่อนส่งตรวจระบุชนิดนก ชื่อนกหรือหมายเลขประจำตัวนก วันที่เก็บ ไว้ที่ด้านข้างหลอดและส่งถึงห้องปฏิบัติการ
ข้อควรระวัง ควรระวังไม่ให้เม็ดเลือดแตก (hemolysis) ทั้งในขณะเจาะเลือดและการเก็บก่อนส่งถึงห้องปฏิบัติการ
วิธีที่ 2 เจาะเลือดเก็บใส่ไว้ใน lysis buffer solution
เจาะเลือดจากเส้นเลือดดำบริเวณปีก (wing vein) หรือ ตัดเล็บให้มีเลือดหยดออกมา ให้นำเลือด 1 หยด (ประมาณ 20 40 ไมโครลิตร) เติมลงไปในหลอดที่มี lysis buffer ปริมาณ 400 ไมโครลิตร จากนั้นผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันโดยการพลิกหลอดไปมา เก็บไว้ในตู้เย็นหรือที่อุณหภูมิห้องก็ได้ ระบุชนิดนก ชื่อนกหรือหมายเลขประจำตัวนก วันที่เก็บ ไว้ที่ด้านข้างหลอดและส่งถึงห้องปฏิบัติการภายใน 1 สัปดาห์
ข้อควรระวัง ในการเก็บเลือดและเติมเลือดในหลอดผสมกับ lysis buffer ควรระวังไม่ให้มีสิ่งเจือปนอื่นๆ ปนลงไปในหลอดเก็บตัวอย่าง
วิธีที่ 3 เจาะเลือดหยดลงบนกระดาษกรอง (Dry-blood spot)
เจาะเลือดจากเส้นเลือดดำบริเวณปีก (wing vein) หรือ ตัดเล็บให้มีเลือดหยดออกมา นำเลือด 1 หยด หยดลงบนกระดาษกรอง Watchmans paper ผึ่งให้แห้งจากนั้นนำใส่ซองพลาสติก
ระบุชนิดนก ชื่อนกหรือหมายเลขประจำตัวนก วันที่เก็บ ส่งถึงห้องปฏิบัติการภายใน 2-3 วัน
วิธีที่ 4 การส่งขนนกที่มีกระเปาะโคนขน (feather bulb)
ทำการถอนขนเส้นที่มีขนาดใหญ่ จำนวน 3 เส้น โดยเลือกขนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร เช่น เส้นขนปีกหลัก (primaries) เส้นขนปีกรอง (secondaries) เส้นขนปีกชั้นในขนาดใหญ่ (greater coverts) หรือเส้นขนหาง (tail) ถอนขนนกให้หลุดออกมาพร้อมกับกระเปาะโคนขน (feather bulb) จากนั้นนำใส่ซองพลาสติก ระบุชนิดของนก ชื่อนก หรือหมายเลขประจำตัวนก และวันที่เก็บตัวอย่าง ส่งถึงห้องปฏิบัติการภายใน 2-3 วัน หากต้องการยืดเวลาการเก็บรักษาระหว่างการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการให้นำขนไปตากแห้งและส่งตรวจถึงห้องปฏิบัติการภายใน 2 สัปดาห์ |