นำเสนอข้อมูล 5 มี.ค. 2551

การเลี้ยงนกลูกป้อน

                  ปัจจุบันมีผู้นิยมเลี้ยงนก Love Bird ลูกป้อนเพิ่มมากขึ้น  หลายรายเป็นผู้เลี้ยงมือใหม่สำหรับการป้อนลูกนก  จึงขาดประสบการณ์และความมั่นใจในการดูแลเพื่อให้นกสามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย  I.S. Beauty Bird จึงจัดทำเอกสารนี้ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้เลี้ยงนก Love Bird ลูกป้อน โดยรวบรวมและเรียบเรียง จากคำถามที่มักพบบ่อย  ดังนี้ :-

ลูกนกที่ควรนำออกมาป้อนควรมีอายุเท่าไหร่ ?
                ไม่ควรต่ำกว่า 7 วัน  ช่วงวัยที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 14 - 20 วัน         อนึ่ง ในแต่ละช่วงวัยของลูกนกที่จะนำมาป้อนนั้น มีความยากและความง่าย ข้อดีและข้อควรระวัง ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความชำนาญในการเลี้ยงดูลูกนก  หากเคยมีประสบการณ์มาก่อน และมีเวลาในการดูแลมากพอ ก็อาจจะเริ่มป้อนขณะที่ลูกนกอายยังุน้อย  แต่ถ้ามีเวลาในการดูแลไม่มากนัก ก็เลือกลูกนกที่โตขึ้นมาสักหน่อย ซึ่งจะ ป้อนเพียงวันละไม่กี่ครั้ง  โดยใช้ระยะเวลาในการป้อนไม่นานนักก็เริ่มหัดกินอาหารเองได้แล้ว

ปกติแล้วลูกนกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เมื่ออายุสักเท่าไหร่ ?
               ลูกนก Love Bird ที่ปล่อยให้พ่อแม่นกเลี้ยงเอง   เริ่มบินลงมาจากรังและหัดกินอาหารเอง พร้อมที่จะแยกออกจากพ่อแม่ได้ เมื่ออายุประมาณ 45 วัน   ส่วนลูกนกที่แยกออกมาป้อนอาจใช้เวลานานกว่านั้น

ควรป้อนอาหารด้วยวิธีใด ?
การป้อนอาหารลูกนกสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความชำนาญของผู้เลี้ยง 

      *****  ป้อนด้วยช้อน
                   ข้อดี  กรณีที่จำนวนลูกนกไม่มาก สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง และไม่มีเครื่องมือในการวัดอุณหภูมิของอาหารที่ป้อน
                            การป้อนด้วยช้อนเป็นวิธีให้อาหารแก่ลูกนกโดยไม่ใช้วิธีบังคับ  เป็นการให้อาหารที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะกับผู้ที่

                      ขาดประสบการณ์ในการป้อนอาหารลูกนก   เพราะการป้อนด้วยวิธีนี้ลูกนกจะเป็นผู้ตัดสินใจในการกินอาหารเอง
                            แต่จะต้องใช้เวลามากและเปรอะเปื้อนกว่าการป้อนโดยวิธีอื่น  ซึ่งปัญหาการให้อาหารมากไป หรือ ร้อนเกินไป                             มักไม่เกิดขึ้นเพราะเมื่อนกอิ่มหรืออาหารร้อนเกินไปนกจะเดินหนีจากการป้อน วิธีการป้อนด้วยช้อนยังเป็นการสร้าง                             สัมพันธ์ภาพอันดีระหว่างผู้เลี้ยงและลูกนก  ทำให้นกเชื่องกับคนง่ายไม่หวาดระแวง 
                   
ข้อควรระวัง  
                            -  อาหารจะเย็นเร็ว  ฉะนั้นถ้วยอาหารควรแช่อยู่ในถ้วยน้ำค่อนข้างร้อนอีกชั้นหนึ่ง  นกบางตัวกินเก่งมากและอาจจะ
                               ร้องขอตลอดเวลา เวลาป้อนควรหยุดให้นกได้หายใจบ้างมิฉะนั้นนกอาจสำลักอาหารถึงตายได้
                            -  ไม่ทราบปริมาณอาหารที่แน่นอน  ต้องหมั่นสังเกตกระเพาะอาหารและการย่อยของลูกนก อาจจำเป็นต้องป้อนให้                                บ่อยครั้งมากกว่าที่ระบุไว้ที่ฉลากมิฉะนั้นอาจทำให้ลูกนกได้รับอาหารไม่เพียงพอและแคระแกรนได้                          

      
*****  ป้อนด้วยไซริงค์
                   ข้อดี  วิธีนี้ป้อนอาหารได้รวดเร็วกว่าการป้อนด้วยช้อน  อุณหภูิมิของอาหารไม่ตกต่ำเร็วเกินไป  ทราบปริมาณอาหารที่ป้อน
                   ข้อควรระวัง  ควบคุมการไหลของอาหารได้ยากเมื่อใช้ไซริงค์ไปสักพักจะเกิดอาการหนืด  

    
  *****  ป้อนด้วยไซริงค์ต่อด้วยไส้ไก่
                   ข้อดี  วิธีนี้ป้อนอาหารได้รวดเร็วกว่าวิธีอื่นเพราะเป็นการป้อนลงไปในกระเพาะอาหารโดยตรง  ไม่เลอะเทอะ  และ
                            ทราบปริมาณอาหารที่ป้อน
                   ข้อควรระวัง  
                             -  ควรมีเครื่องมือวัดอุณหภูมิของอาหารเพราะเป็นการเสี่ยงอย่างมากหากป้อนอาหารที่มีอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม
                                 หากอาหารร้อนเกินไปทำให้นกกระเพาะทะลุ และตายในที่สุด  
                             -  ควรกะปริมาณอาหารให้เหมาะสม หากมากเกินไปอาหารอาจล้นเข้าไปในหลอดลมถึงตายได้

ควรใช้อาหารยี่ห้ออะไร  / ควรผสมมากน้อยแค่ไหน / อาหารควรมีอุณหภูมิเท่าไหร่ ?
ปัจจุบันในท้องตลาดมีอาหารนกลูกป้อนจำหน่ายอยู่หลายยี่ห้อ และ หลายราคา  รวมทั้งมีแบบแบ่งขายอีกด้วย  ดังนั้น  ผู้เลี้ยงสามารถเลือก ได้้ตามความเหมาะสม  ซึ่งไม่ว่าจะใช้อาหารป้อนยี่ห้อใดก็ตาม

            *****  ควรเลือกอาหารที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ป้อนลูกนกเท่านั้น

            *****  ควรอ่านฉลากอย่างละเอียดและทำความเข้าใจ เพื่อจะได้ปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง

            *****  ควรตรวจสอบวันหมดอายุและเก็บรักษาอาหารอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำในฉลาก

            *****  ควรผสมอาหารให้เพียงพอสำหรับการป้อน 1 มื้อ ปริมาณความเข้มข้นตามที่ฉลากแนะนำไว้

            *****  ไม่ควรนำอาหารที่เหลือจากการป้อนในแต่ละมื้อมาป้อนในมื้อถัดไป

            *****  ไม่ควรนำอาหารที่ผสมไว้เกิน 2 ชั่วโมงมาใช้เนื่องจากอาจเกิดแบคทีเรียในอาหาร        

            *****  อุณหภูมิที่เหมาะสมของอาหารก่อนป้อนให้นก อยู่ระหว่าง 35-40 องศา C หากไม่มีเทอร์โมมิตเตอร์วัดอุณหภูมิของอาหาร                          ให้ทดสอบด้วยการหยดอาหารบนหลังมือหากยังรู้สึกถึงความร้อนนั่นหมายถึงอาหารนั้นร้อนเกินไปสำหรับนก แต่ก็ไม่ควร                          ทิ้งอาหารให้เย็นจนเกินไป  อาจใช้วิธีนำภาชนะอาหารวางไว้ในน้ำอุ่นระหว่างการป้อนอาหารให้นก เพราะอุณหภูมิของ                         อาหาร และ อุณหภูมิของสภาวะแวดล้อมของตัวนก มีผลต่อระบบย่อยอาหารด้วยเช่นกัน


ปัญหาที่อาจพบในการป้อนอาหาร ?

ปัญหาเรื่องอาหารไม่ย่อย หรือ การสำรอกอาหารของลูกนก

           *****  หลังจากป้อนอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง ควรสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของกระเพาะอาหารว่ามีการย่อยไปบ้างแล้ว และอาหารควรย่อยหมดภายใน 4 ชั่วโมง  หากผิดสังเกตให้ป้อนน้ำอุ่นปริมาณเล็กน้อยลงไป บีบนวดที่กระเพาะเบาๆ ด้วยความระมัดระวังเพื่อให้กากอาหารแตกตัว และกกไฟให้กับลูกนก (ใช้โป๊ะไฟ หรือ หลอดไฟ ประมาณ 25 วัตต์)  ในมื้อต่อไปให้ผสมอาหารให้มีความเข้มข้นน้อยลงกว่าในมื้อก่อน เพราะปัญหาอาหารไม่ย่อยอาจเกิดจากอาหารที่มีความเข้มข้นมากเกินไป ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดจากอุณหภูมิรอบๆ ตัวนกที่เย็นเกินไปด้วย  เช่น  อยู่ในห้องแอร์ หรือ ลมโกรก   พึึงนึกเสมอว่านกที่เรานำไปเลี้ยงเป็นลูกป้อนเป็นลูกนกที่ยังไม่ลงจากรัง  ไม่ควรนำมาอยู่ในที่ๆ มีลมโกรก และ สว่างจนเกินไป เป็นเวลานานๆ  อาจทำให้นกป่วยและตายได้ในที่สุด  กรณีที่ขาดประสบการณ์และเห็นว่าผิดสังเกตควรปรึกษาผู้มีประสบการณ์ เพราะอาจต้องดูดอาหารเก่าออกจากกระเพาะอาหารและต้องให้ยาเพื่อการรักษา

           *****  การที่ลูกนกที่สำรอกอาหารออกมามีหลายสาเหตุ  อาทิ  การป้อนอาหารในปริมาณที่มากเกินไป  (นกบางตัวกินเก่งมาก จะร้องขออาหารตลอดเวลาไม่ควรตามใจ  ควรสังเกตกระเพาะอาหารของนกทุกครั้ง)  อุณหภูมิของอาหารป้อนไม่ถูกต้อง หรือ อาหารอาจเย็นเกินไปหรือร้อนเกินไปลูกนกจึงไม่ยอมรับอาหารที่ป้อน หรือ  ความเข้มข้นของการผสมอาหารไม่ถูกต้อง  หรือ  การเปลี่ยนยี่ห้ออาหาร  หรือลูกนกอยู่ในวัยที่จะหัดกินอาหารจะกินอาหารเอง ที่เรียกว่า วัย wean นั้น นกจะกินอาหารป้อนน้อยลงและจะหัดกัดแทะสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว  ทำให้สำรอกอาหารออกมา ข้อสำคัญ  ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกนกโดยรวมเพราะบางครั้งการสำรอกอาหารเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น สุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บ หากลูกนกสำรอกอย่างต่อเนื่องควรปรึกษาผู้มีประสบการณ์ เพราะอาจต้องให้ยาเพื่อการรักษา


คำแนะนำอื่นๆ

           *****  ควรมีขี้กบ กระดาษฉีกฝอยๆ หรือ ผ้า รองภาชนะที่ใส่นกเพื่อไม่ให้นกขาพิการเนื่องจากภาชนะที่ใส่มีความลื่น และ่ควร
                       ให้อุณหภูมิภายในภาชนะ (ที่อยู่ของลูกนก) มีอุณภูมิอยู่ระหว่าง 32-35 องศา C  หากจำเป็นต้องไว้ในห้องแอร์ให้ใช้ผ้าคลุม
                       ไว้บางส่วน เพื่อกันลมโกรก  ความเย็น  และ  แสงสว่าง  เมื่อลูกนกมีขนขึ้นเต็มตัวแล้วก็สามารถอยู่ในอุณหภูมิห้องทั่วไปได้
           *****  ในการป้อนควรใช้กระดาษหรือผ้าสะอาดรองพื้นเพื่อง่าย ต่อการป้อน ง่ายต่อการทำความสะอาด

           *****  ควรรู้จักสังเกตกลิ่น และ สี ของมูลนก  หากมีความผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็น ถ่ายเหลว หรือ มีสีที่เปลี่ยนไป นั่นอาจเป็นสิ่ง
                       บอกเหตุถึงความผิดปกติในตัวนก

           *****  ปริมาณอาหารที่ป้อนด้วยช้อนมักคำนวณยากกว่าการป้อนด้วยไซริงค์ และ ไส้ไก้  (ซึ่งโดยทั่วไปจะให้อาหารประมาณ 10%                        ของอัตราส่วนของน้ำหนักตัวนก เช่นนกมีน้ำหนัก 200 กรัม เราต้องให้อาหาร 20 cc ต่อการป้อนหนึ่งมื้อ) ในกรณีที่ไม่                         สามารถกะปริมาณอาหารได้ไม่ควรป้อนมากจนเกินไปให้ปรับไปตามความเหมาะสม  เช่น  ป้อนจำนวนน้อยแต่บ่อยครั้งแทน
           *****  ไม่ควรปล่อยให้กระเพาะอาหารนกแห้ง (ย่อยหมด) เป็นเวลานาน ก่อนที่จะป้อนมื้อต่อไป เพราะนก Love Bird เป็นนกแก้ว                         ขนาดเล็ก การปล่อยให้อดอาหารเป็นระยะเวลานานในแต่ละวัน จะมีผลต่อการเจริญเติบโตอย่างเห็นได้ชัด

           *****   ทุกครั้งที่ป้อนเสร็จควรเช็ดปากนกให้สะอาด  หากมีอาหารติดอยู่ที่ขอบปากอาหารจะแห้งกรังและทำให้นกปากเจ็บ                         และไม่ยอมกินอาหารในที่สุด

           *****  ทุกครั้งที่ป้อนอาหารนกเสร็จควรล้างภาชนะให้สะอาด  ไม่ควรแช่อาหารทิ้งไว้แล้วนำกลับมาใช้อีกโดยไม่ทำความสะอาด

 

                                                                                                                                           กลับไปหน้าสารบัญหลักแหล่งความรู้
กลับไปหน้าสารบัญหลัก

 

กลับไปหน้าสารบัญหลัก