นำเสนอข้อมูล 5 มี.ค. 2551
การเลี้ยงนกลูกป้อนในวัย Wean
การพัฒนาอีกขั้นของลูกนก จากวัยที่จำเป็นต้องกินอาหารป้อน ไปสู่วัยที่ลูกนกสามารถเรียนรู้ที่จะกินอาหารต่างๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งเราจะเรียกช่วงวันนี้ว่า วัย Wean ลูกนกในวัยนี้จะเริ่มปฏิเสธการป้อนอาหาร จึงเป็นช่วงวัยที่ผู้เลี้ยงลูกป้อน โดยเฉพาะมือใหม่จะมีความวิตกกังวลมาก เนื่องจากลูกนกไม่ยอมรับอาหารที่ป้อน หรือ รับเพียงจำนวนน้อย ในขณะที่กินอาหารเองยังไม่เก่งทำให้น้ำหนักลด โดยผู้เลี้ยงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับลูกนกในวัยนี้จึงจะเหมาะสม ซึ่งความจริงแล้วการที่น้ำหนักตัวของลูกนกเริ่มลดลงในช่วง Wean เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับธรรมชาติของนก หรือ เป็นเรื่องปกติ สำหรับนกในวัยนี้ เพราะเป็นการปรับตัว ลดน้ำหนักตัว เพื่อเตรียมการหัดบิน ลูกนกในระยะขนหนามเริ่มแตกเป็นใบพาย จะมีน้ำหนักตัวเท่ากับ หรืออาจจะมากกว่า นกที่โตเต็มวัยเลยทีเดียว
ขอให้เข้าใจว่านกแต่ละตัวมีระยะเวลาของการ Wean ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย อาทิ นกที่มีสายพันธุ์ขนาดใหญ่จะใช้เวลาในการ Wean นานกว่านกสายพันธุ์ขนาดเล็ก นกแต่ละชนิดย่อยในแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความพร้อม Wean ในระยะเวลาที่ แตกต่างกัน หรือแม้กระทั่งนกที่เป็นพี่น้องในครอกเดียวกันก็อาจใช้เวลาในการ Wean ที่แตกต่างกันก็เป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสุขภาพของลูกนกแต่ละตัว ดังนั้นผู้เลี้ยงนกจึงควรหมั่นสังเกตุความพร้อมของลูกนก ก่อนที่จะปล่อยให้ลูกนกกินอาหารด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
โดยสัญชาติญาณแล้วลูกนกจะหัดบินก่อนที่จะหัดกินด้วยตนเอง ช่วงอายุที่นก Love Bird ออกจากรังเพื่อหัดบินนั้นมีอายุประมาณ 30 วัน หากอยู่กับพ่อแม่นกเมื่อนกลงรังแล้วพ่อแม่นกจะสอนให้รู้จักบินเป็นก่อน และหลังจากลูกนกบินได้คล่องแล้ว ลูกนกก็จะบินตามพ่อแม่นกไปยังแหล่งอาหาร เพื่อฝึกหัดการกินอาหารที่ถูกต้อง และช่วงอายุที่นก Love Bird ที่พร้อมจะแยกออกจากพ่อแม่ คือ อายุ 45 วัน
จะรู้ได้อย่างไร และ ควรทำอย่างไรกับลูกนกในวัยนี้ ?
เมื่อผู้เลี้ยงสังเกตุเห็นว่าลูกนกเริ่มสนจนสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว จิกหรือกัดแทะสิ่งของที่อยู่รอบๆ ตัว ในวัยนี้ปกติแล้วขนมักขึ้นเต็มแล้ว นกเหยียดตัวและกระพือปีกบ่อย เริ่มขึ้นมายืนปากรัง เริ่มปฏิเสธอาหารที่ป้อน ผู้เลี้ยงควรวางอาหารเพียงเล็กน้อยแต่อาจหลายชนิดให้กับลูกนกได้ทดลองกัดแทะ เช่น ขนมปัง ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต กระเพรา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดมิลเล็ต หรือ อาหารผสมสำหรับ Love Bird ที่มีขายตามท้องตลาด ฯลฯ ค่อยๆ หัดให้ลูกนกได้รู้จักและจดจำอาหารซึ่งนกจะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองเพราะความอยากรู้อยากเห็นอยากทดลอง ในกรณีที่นำอาหารใส่ภาชนะก็ให้ใส่ภาชนะก้นตื้นที่วางบนพื้นให้ลูกนกสามารถเห็นและเข้าถึงอาหารได้ง่าย การให้อาหารหลากหลายแก่ลูกนกจะสอนให้ลูกนกรู้จักอาหารชนิดต่างๆ และจะช่วยลดปัญหาการเลือกกินหรือกินอาหารยากในอนาคตไปได้ อย่าเสียดายอาหารเพราะมีความเป็นไปได้สูง ที่ลูกนกอาจไม่ได้กินอาหารนั้นเข้าไปเลยในช่วงแรกๆ แม้จะต้องทิ้งอาหารไปทุกวัน โปรดเข้าใจว่าในช่วงแรกๆลูกนกจะยังไม่สามารถกินได้อย่างถูกต้องและเพียงพอ ผู้เลี้ยงยังต้องป้อนอาหารให้บ้าง โดยลดจำนวนครั้งและปริมาณที่ป้อนลงเพื่อไม่ให้ลูกนกอิ่มจนเกินไปและเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกนกเกิดความอยากอาหาร ในวัยนี้มีโอกาสสูงที่นกจะตายด้วยเหตุที่กินอาหารไม่เพียงพอ แต่ด้วยความเอาใจใส่ดูแลที่ดีของผู้เลี้ยงจะส่งผลให้ลูกนกมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
ควรลดปริมาณอาหารอย่างไรจึงจะเหมาะสม ?
ให้ป้อนครบทุกมื้อแต่ลดปริมาณอาหารลง (ปฏิบัติตามฉลาก หรือ ตามความเหมาะสมของการเลี้ยง)
-
ต่อจากนั้นลดการป้อนในช่วงกลางวันลง คงเหลือการป้อนไว้แต่ช่วงเช้ากับเย็น
-
ต่อไปค่อยๆลดปริมาณอาหารป้อนในมื้อเช้า และ เย็นลงไปอีก
-
เมื่อสังเกตเห็นว่าลูกนกกินอาหารเองได้มากขึ้น จึงป้อนเฉพาะมื้อเย็น
-
เมื่อลูกนกกินอาหารได้อย่างสมบูรณ์ จึงงดป้อนมื้อเย็น
-
เมื่อลูกนกกินอาหารได้เองลูกนกก็จะไม่ยอมรับอาหารป้อนอีกต่อไป
ในวัยนี้หากผู้เลี้ยงไม่แน่ใจว่าลูกนกจะได้รับอาหารเพียงพอหรือไม่ ผู้เลี้ยงนกอาจเสริมด้วยการป้อนอาหารให้ลูกนกในมื้อค่ำได้ ที่สำคัญควรสังเกตกระเพาะอาหารด้วย ลูกนกที่อยู่ในช่วงระหว่างการเจริญเติบโตยิ่งโตขึ้นกระเพาะอาหารจะสังเกตได้ยากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามกระเพาะอาหารไม่ควรถูกปล่อยให้ยุบจนว่างเปล่าไม่มีอาหารในนั้น การสังเกตจะทำให้ผู้เลี้ยงสามารถกะปริมาณอาหารที่จะให้ได้อย่างเหมาะสม ปกติหากป้อนอาหารในปริมาณที่พอเหมาะและนกมีสุขภาพดีกระเพาะอาหารจะยุบตัวจนว่างเปล่า ภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง
|