ปรับปรุงรูปภาพ 28 กันยายน 2553

แก้วโม่ง
(Alexandrine Parakeet Psittacula eupatria )

เป็นนกวงศ์นกแก้ว   ชื่อสามัญคือ Alexandrine Parakeet โดยชื่อนี้ เป็นการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ กษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช เมื่อครั้งยาตราทัพเข้ามาสู่ในทวีปเอเซีย โดยได้นำนกแก้วสายพันธุ์นี้กลับไปยังทวีปยุโรป

ถิ่นกำเนิด

แก้วโม่ง มีถิ่นกำเนิดแพร่กระจายทั่วไปในแถบทวีปเอเซีย ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกและตะวันออกของอัฟกานิสถาน ไล่ลงไปยังอินเดีย  
อินโดจีน  พม่า ลาว  เวียดนาม  และประเทศไทยฝั่งตะวันตกยกเว้นที่ราบลุ่มภาคใต้ รวมทั้งยังพบได้ตามหมู่เกาะในทะเลอันดามัน



ลักษณะ

เป็นนกแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่ึ่สุดในบรรดานกแก้วของเมืองไทย หัวและลำตัวเป็นสีเขียว จงอยปากงุ้มลงมามีขนาดใหญ่สีแดง บริเวณหัวไหล่จะมีแถบสีแดงแต้มอยู่ทั้งสองข้าง   นกเพศผู้และเพศเมียสามารถแยกแยะด้วยสายตาได้เมื่อนกโตเต็มที่  กล่าวคือ ในเพศผู้ จะปรากฏมีแถบขนสีดำและสีชมพูรอบคอที่เรียกกันว่า "Ring Neck"   ซึ่งในนกเพศเมียไม่มี และเพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่า เพศผู้เล็กน้อย แก้วโม่งมีความยาววัดจากหัวถึงปลายหางได้ราว 51 - 58 เซ็นติเมตร


สายพันธุ์

แก้วโม่ง มีสายพันธุ์ย่อยลงไปอีก 4 สายพันธุ์ คือ
P.e. nipalensis      พบมากใน Ceylon และทางใต้ของอินเดีย
P.e. magnirostris พบในบริเวณหมู่เกาะอันดามัน
P.e. avensis          พบในเขตรัฐอัสสัม  พม่า
P.e. siamensis      พบได้ในภาคตะวันตกของประเทศไทย  ลาว  กัมพูชา  และเวียตนาม
ความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ย่อยนั้น มีต่างกันเล็กน้อยในเรื่องของ ขนาด  ความยาว และสีสันที่ปรากฎบนลำตัว



นิสัย

แก้วโม่ง  ชอบอาศัยอยู่ตามป่าดงดิบ และป่าโปร่งตอนกลาง หากินเป็นกลุ่มเล็ก ๆ บนต้นไม้ หรืออาจจะลงไปหากินตามไร่นา ตอนกลางคืนจะกลับไปนอนบนต้นไม้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ  มีความสามารถในการใช้ปากเกาะเกี่ยวเพื่อไต่ไปตามกิ่งไม้เล็ก ๆ เป็นนกแก้ว
ที่มนุษย์ชอบนำมาเลี้ยง เพราะมันสามารถพูดเรียนเสียงมนุษย์ได้ดีกว่านกแก้วชนิดอื่น ๆ แต่ต้องนำมาหัดพูดตั้งแต่ยังเล็ก ๆ
แก้วโม่ง จัดเป็นนกแก้วที่มีเสียงร้องค่อนข้างดัง และมักเลือกที่จะทำรังตามโพรงไม้ใหญ่ ๆ โดยใช้วิธีแทะหรือขุดโพรงไม้จำพวก
ไม้เนื้ออ่อน หรืออาจเลือกใช้โพรงไม้ที่เก่าต่าง ๆ

 

อาหาร
อาหารของแก้วโม่งในธรรมชาติ ประกอบด้วย เมล็ดพืชต่าง ๆ ผลไม้หลากชนิด และใบไม้อ่อน  ฯลฯ


แก้วโม่งเป็นนกที่เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก

อาหารหลักเป็นผลไม้ ตามฤดูกาล  อาืิทิ  ฝรั่ง  แอ๊ปเปิ้ล  มะละกอ  กล้วยน้ำหว้่า  แก้วมังกร  ชมพู่ ฯลฯ


เมล็ดพืช  อาทิ เมล็ดทานตะวัน  ฮวยมั๊ว  หรือจะเป็นอาหารผสมเช่นเดียวกับเลิฟเบิร์ดก็ได้
ถั่วลิสงต้ม  ถั่วลิสงอบแห้ง

 

สำหรับ I.S. Beauty Bird

ให้อาหารเลิฟเบิร์ดผสมฮวยมั๊วเพิ่มจากส่วนผสมเดิมอีกเล็กน้อย


พืช และ ผัก  อาทิ  ฟักทอง  แครอท  ถั่วฝักยาว  พริก  ข้าวโพด  กระเพรา  ตระไคร้  หญ้าขน




เสริมแคลเซี่ยม  ด้วย กระดองปลาหมึก และเปลือกหอยป่น

การสืบพันธุ์

ฤดูผสมพันธุ์ของแก้วโม่งในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันตามลักษณะสายพันธุ์ย่อย อันเกี่ยวเนื่องกับอุณหภูมิและสภาพทางภูมิศาสตร์
แต่โดยเฉลี่ยจะเริ่มจากเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงราวปลายเมษายน
โดยในระหว่างฤดูผสมนี้เพศเมียจะแสดงอาการดุและกร้าวร้าวมากขึ้น
แก้วโม่ง วางไข่ปีละครั้ง ครั้งละ 2 - 4 ฟอง ฟักไข่นานประมาณ 30 วัน

 

                                                                                                                                                   กลับไปหน้าสารบัญหลักแหล่งความรู้

กลับไปหน้าสารบัญหลัก

 

กลับไปหน้าสารบัญหลัก