นกซอฮู้ (นกกระรางคอดำ)
Black - throated Laughingthrush

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Garrulax chinensls
สำหรับประเทศไทย นกซอฮู้จัดเป็นนกประจำถิ่น มี 2 ชนิดย่อย คือ
1. G.c.lochmius ชื่อชนิดย่อยมาจากภาษากรีก คือ lokhimios แปลว่า อาศัยในที่รกทึบ
พบครั้งแรกที่จังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ ยังพบทางภาคเหนือ และ บางแห่งของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2. G.c.propinguus ชื่อชนิดย่อยมาจากรากศัพท์ละติน คือ propinqu แปลว่า ใกล้ หรือ สัมพันธ์กัน
ความหมายคือ "ลักษณะไม่แตกต่างจากชนิดย่อยอื่นมากนัก" พบครั้งแรกที่ประเทศพม่า ในประเทศไทยพบทางภาคตะวันตก
ชนิดย่อยนี้ลำตัวมีสีก้ำกึ่งกันระหว่างสองชนิดย่อยคือมีสีผสมระหว่างสีเทาเข้มผสมกับสีน้ำตาลแดงและเขียวเข้มอมน้ำตาลกลมกลืนกัน
พบทางภาคตะวันตกของไทย
ลักษณะทั่วไป
เป็นนกที่มีความยาวจากปลายปากจรดปลายหางประมาณ 26.5 30 เซนติเมตร
ปากค่อนข้างยาว ปากตรงหรือโค้งงอเล็กน้อย ขาแข็งแรง ปีกสั้น ปลายปีกมน
นกตัวผู้และนกตัวเมียมีลักษณะเหมือนกัน
  
รูปร่างลักษณะ (ชนิดย่อย G.C.lochminus) นกที่โตเต็มวัยทั้งสองเพศมีลักษณะเหมือนกัน คือ ขนบริเวณหูสีขาว ใบหน้าและคอสีดำ กระหม่อมและคอด้านหน้าเป็นสีเทา ลำตัวด้านบนสีเทาแกมเขียว จนถึงสีน้ำตาลแกมเขียว ลำตัวด้านล่างสีเทา ตัดกับใบหน้าสีดำ สีข้างและตะโพกสีเขียวอมน้ำตาล มีขีดเล็กๆ สีดำลากผ่านตา หน้าผากมีแต้มสีขาวเล็กๆ ปลายหางสีดำและค่อนข้างแผ่ออกเป็นหางพลั่ว
อุปนิสัย มักพบเป็นฝูง 3 -12 ตัว หรือ อาจอยู่รวมกับนกกินแมลงและนกกะรางชนิดอื่น ส่วนใหญ่หากินตามพื้นดิน ขณะเกาะตามยอดพุ่มไม้มักส่งเสียงร้องเกือบตลอดเวลา เมื่อตัวใดตัวหนึ่งร้องอีกตัวมักร้องตอบเสมอ นกเพศผู้จะมีเสียงร้องที่ไพเราะและหลากหลายกว่านกเพศเมีย สามารถร้องเลียนเสียงนกอื่นๆ ได้ และพบว่าบางตัวสามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้อีกด้วย
ฤดูผสมพันธุ์และการวางไข่
ฤดูผสมพันธุ์และการวางไข่อยู่ในช่วงฤดูร้อนต่อฤดูฝน ระหว่างเดือนเมษายน ถึง เดือนพฤษภาคม ทำรังเป็นรูปถ้วยก้นลึก สร้างจากหญ้าและใบไม้แห้ง โดยใช้กิ่งไม้แห้งเล็กๆ เป็นโครงนอกและใช้ใบไม้แห้งทั้งใบบุภายในรังจนแน่น เสริมความแข็งแรงของขอบรังด้วยกิ่งไม้เล็กๆ รองก้นรังด้วยมอส หรือ รากฝอยของพืช เช่น ไผ่ และ เส้นก้านใบของใบไม้แห้งที่แผ่นใบผุพังแล้ว สร้างรังตามกิ่งของพุ่มไม้ หรือ กอไผ่ที่
ี่ค่อนข้าง รกทึบ สูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร หรือ มากกว่าเล็กน้อย วางไข่ครอกละ 3 - 5 ฟอง เปลือกไข่ สีน้ำเงินจางๆ ขนาดของไข่ 20.7 X 28.5 มม. นกทั้งสองเพศ ช่วยกันทำรัง ฟักไข่ และ เลี้ยงลูกอ่อน ใช้เวลาฟักไข่ราว 14 - 15 วัน ลูกนกจะอยู่ในรังอีกราว 15 - 16 วัน จึงจะทิ้งรังไป
ถิ่นอาศัยและอาหารตามธรรมชาติ
พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง และ ป่าดงดิบเขา ป่าชั้นอรอง พบบริเวณที่มีไม้พุ่มรกทึบ ป่าไผ่ ตั้งแต่พื้นราบ จนกระทั่งความสูง 1,525 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนใหญ่หากินตามพื้นดิน อาหารได้แก่ แมลง ตัวหนอน และ ผลไม้ป่าสุกบางชนิด ที่ร่วงหล่นตามพื้นดิน |