นกหกใหญ่
(ฺBlue-rumped Parrot Psittinus cyanursus)

ช่วงนี้มีหลายคนถามถึงความก้าวหน้าในการเพาะพันธุ์ "นกหกใหญ่" หรือที่บางคนเรียกว่า "แก้วฟ้า" ของ I.S. Beauty Bird และหลายคนก็ยังไม่เคยเห็นตัวจริง และไม่รู้ว่าตัวผู้ - ตัวเมียแตกต่างกันอย่างไร ทั้งๆ ที่เป็นนกไทยจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และนี่ก็คือสาเหตุหนึ่งที่ I.S. Beauty Bird พยายามเอาใจใส่และหมั่นสังเกตุพฤติกรรมเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ "นกไทย" เท่าที่จะมีโอกาสและความสามารถ เพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้มีโอกาสเห็นตัวเป็นๆ ... และคงไม่ใช่ I.S. Beauty Bird เท่านั้นที่มีความคิดนี้ เพราะยังมีอีกหลายท่านให้ความสนใจและกำลังเพาะพันธุ์กันอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากรัฐบาลเปิดโอกาสให้มีการขึ้นทะเบียนการมีไว้ในครอบครองในช่วงที่ผ่านมา

"นกหกใหญ่" หรือที่บางคนเรียกว่า "แก้วฟ้า"  เป็นนกวงศ์นกแก้วโดยมีชื่อสามัญหรือที่ต่างชาติเรียก  คือ  "Blue Rumped Parrot" เป็นนกแก้วที่มีหางสั้น ขนาดประมาณ 19 ซม. (ความยาวจากหัวถึงหาง) เป็นนกประจำถิ่นของไทยที่พบได้เฉพาะในภาคใต้ โดยเฉพาะในแถบตอนล่างที่ติดกับประเทศมาเลเซีย เช่น ยะลา นราธิวาส สตูล รวมไปถึงในรัฐเปรัคของประเทศมาเลเซีย ซึ่งสายพันธุ์ที่พบในแถบนี้เป็น 1 ใน 3 ของสายพันธุ์ที่มีอยู่ทั้งหมด ปัจจุบันจัดได้ว่าเป็นนกที่เริ่มหาได้ยากและมีจำนวนลดลงอย่างน่าเป็นห่วง
จัดได้ว่าเป็นนกที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Endangerd Species) ถูกจัดให้อยู่ในนกบัญชี 2 ของไซเตส


สายพันธุ์

แบ่งออกเป็นชนิดย่อยได้    3   ชนิดย่อยคือ


P . c. cyanurus พบทางตอนใต้สุดของไทย  มาเลเซีย  สุมาตรา และ  บอร์เนียว
P . c. pontius

พบตามเกาะ   Siburut ,  Sipora ,  ตอนเหนือและ ตอนใต้ ของเกาะ Pagi ซึ่งทั้งสามเกาะนี้เป็นเกาะบริวาร ของ  เกาะ Mentawai  ของอินโดนีเซีย โดยชนิดย่อยนี้มีขนาดลำตัวใหญ่กว่าชนิดย่อยอื่นๆ  มาก

P . c. abbotti   พบแพร่กระจายอยู่ตามเกาะ Simalur และ หมู่เกาะ Sipora ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ไกลออกไป ทางชายฝั่งด้านตะวันตก ของเกาะสุมาตรา โดยนกชนิดย่อยนี้  นกตัวผู้มีหัวสีฟ้าสดกว่าชนิดย่อยอื่น ลำตัวสีเขียวทั้งตัวรวมทั้งบริเวณรอบตา และหน้าผาก รวมไปจนถึงไหล่ หลัง  และขนคลุมหางด้านบนล้วนเป็นสีเขียวหมดทุกแห่ง แต่ลำตัวด้านล่างจะเป็นสีเขียวอมเหลือง    ส่วนนกตัวเมียก็มีสีเขียวทั้งตัวเหมือนกัน


ลักษณะ

การแยกเพศ... เมื่อตอนเป็นเด็กตัวผู้และตัวเมียไม่แตกต่างกัน เมื่อโตสามารถแยกเพศได้ด้วยสายตา ซึ่งจะเห็นส่วนที่แตกต่างกับตัวผู้อย่างชนิดมองปราดเดียว ก็คือ สีของหัวและปาก


นกที่ยังโตไม่เต็มวัย    หัวสีเขียว ปากสีขาวอมเหลือง หรือ สีงาช้าง   ลำตัวโดยทั่วไป สีเขียว อาจมีสีฟ้าจางๆ แต้ม ในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณหัวและโคนหางด้านบน

นกเพศผู้ หัวสีเทาอมฟ้า  สีขนบริเวณท้ายทอย ไปจนถึงไหล่เป็นสีออกฟ้าเข้ม ไล่ไปจนถึง
สีน้ำเงินเข้มที่บริเวณหลัง  ใต้คอลงไปจนถึงท้องด้านล่าง  สีออกเทาอมเขียวมะกอกอ่อนๆ
โคนหางและขนคลุมหางด้านบนสีน้ำเงินเข้ม  แต่ตอนปลายหาง  มีขนด้านข้างสีเหลืองโดยมีขอบขนหางสีเขียวเข้ม    ขนคลุมหางด้านล่าง และ ตะโพก  สีเหลืองอมเขียว  แต่ตรงปลายขนเป็นสีฟ้า   บริเวณหัวปีกส่วนที่ต่อไปถึงไหล่มีแถบแคบๆสีม่วงแดง    ขนใต้ปีกตรงสีข้าง และ ขนคลุมใต้ปีกสีแดงสด  ขนคลุมปีกด้านบนส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวแต่จะมีขอบขนสีเหลือง  แซมอยู่ด้วย  มองดูรวมๆ จะเห็นเป็นนกปีกสีเขียวอมเหลือง  จงอยปากบนสีส้มแดง  จงอยปากล่างสีเทาดำ หรือ เทาอมน้ำตาล ขาสีเทาอมเขียว  ม่านตาสีเหลืองอ่อน  

  


ปีกมีสีเขียวสลับเขียวอ่อนอมเหลืองมองดูเป็นเกล็ดๆ สวยงามแปลกตา





นกเพศเมีย     หัวมีสีน้ำตาลเข้มไล่ไปแบบจ่างๆ ลงมาทางใบหน้าด้านข้าง  เห็นเป็นสีน้ำตาลอ่อน    สีคลุมลำตัวโดยทั่วๆไปเป็นสีเขียวอ่อน  ปีกสีเขียวเข้มจนเกือบดำ มีขอบขนสีเหลือง 
หัวสีน้ำตาลเข้ม แต่จะค่อยๆจางกลางหลังมีสีน้ำเงินแต่ไม่ยาวตลอดไปจนถึงลั๊มแบบตัวผู้ ตรงโคนหางด้านบน  มีแถบสีฟ้าจางๆ มองเห็นไม่ชัดนัก   ต้องสังเกตดีๆ จึงจะเห็น   จงอยปากบนและล่างออกสีเทาดำ หรือ เทาอมน้ำตาล


นิสัย

"นกหกใหญ่" เป็นนกที่เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก ไม่โวยวาย ไม่ใช่นกขี้ตื่น สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่าย  ตามธรรมชาติชอบอยู่เป็นฝูง  บางครั้งอาจพบเป็นคู่ซึ่งมักอยู่ในฤดูผสมพันธุ์  นกหกใหญ่บินได้เร็วและตรง  สามารถเกาะกิ่งไม้หาอาหารได้หลายแบบ ทั้งเกาะในแนวตั้งหรือ  ห้อยหัวลงเหมือนนกหกชนิดอื่น  หรือเกาะลำต้นไม้เอาหัวลงแบบนกไต่ไม้  หรือเกาะไต่ลำต้นไม้เอาหัวขึ้นโดยใช้ขนหางค้ำยันลำต้นแบบนกหัวขวานได้ด้วย ในการหาอาหารนกหกใหญ่จะไม่เข้าไปหาหาอาหารในแหล่งเกษตรกรรมของมนุษย์เหมือนนกแก้วทั่วๆไป 


อาหาร

จากข้อมูลของนักสำรวจพบว่าอาหารส่วนใหญ่ คือ น้ำหวานจากดอกไม้สีแดงชนิดต่างๆ  
แต่ ก็กินผลไม้ เมล็ดของไม้ต้น เมล็ดพืชต่างๆ  รวมทั้งเมล็ดธัญพืชต่างๆด้วย  

เมื่อมนุษย์นำมาเลี้ยงจึงนิยมให้อาหารเหมือนเลี้ยงนกแก้วทั่วไป คือ เมล็ดธัญพืช
ตามด้วยผลไม้ตามฤดูกาล เสริมด้วยพริก ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของนกแก้วของไทย



เสริมแคลเซี่ยม  ด้วย กระดองปลาหมึก และเปลือกหอยป่น


จากการสังเกตพฤติกรรม  ของ I.S. Beauty Bird พบว่า "นกหกใหญ่"  
ไม่มีการนำหญ้าเข้ารัง  สามารถเห็นพฤติกรรมการป้อนปากกันนอกฤดูการผสมพันธุ์
แต่จะไม่เห็นพฤติกรรมการไซร้ขนแต่งตัวให้กัน และไม่ยืนคู่แบบใกล้ชิดกันมากนัก
และจากข้อมูลที่พบว่าเป็นนกทางตอนใต้ของประเทศไทย และี่กินน้ำหวานจากดอกไม้สีแดงชนิดต่างๆ
I.S. Beauty Bird
จึงให้อาหารเสริม อาทิ ปาล์มน้ำมัน และดอกเข็มเศรษฐี ซึ่งพบว่า "นกหกใหญ่" ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก




การสืบพันธุ์

"นกหกใหญ"่ ผสมพันธุ์ ในช่วงฤดูหนาว ต่อ ฤดูร้อน  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ ถึงเดือน เมษายน  ทำรังตามโพรงต้นไม้ที่เกิดตามธรรมชาติ  หรือ ที่นกหัวขวาน หรือ นกโพระดก เจาะหากิน หรือ เป็นโพรงร้าง   มันอาจใช้ปากตกแต่งปากโพรงเล็กน้อยให้เหมาะกับลำตัว  โพรงสูงจากพื้น ราว  30  เมตร หรือ มากกว่านี้  วางไข่ครอกละ 3 - 4 ฟอง   เปลือกไข่รูปร่างค่อนข้างกลม  สีขาว ไม่มีลวดลายใดๆ   ขนาดเฉลี่ย  16 X  19   มม.   นกทั้งสองเพศช่วยกันฟักไข่ และ เลี้ยงลูก  ใช้เวลาฟักราว  3 - 4 สัปดาห์   ลูกนกแรกเกิด ยังไม่มีขนปกคลุม และ ยังไม่ลืมตา  พ่อแม่ต้องเลี้ยงอยู่ราว 16 -17  วัน จึงจะเริ่มหัด บิน และ ทิ้งโพรงรังไป   



ปัจจุบัน


    สำหรับประเทศไทย เป็นนกประจำถิ่นที่ี่หายาก แต่สามารถพบได้ในบางพื้นที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับแหล่งหากินที่นกมีการเคลื่อนย้ายไป
      โดยมักจะพบในบริเวณที่มีผลไม้สุก หรือ มีดอกไม้ ดอกไม้ป่าต่างๆที่ให้น้ำหวานออกดอก โดยเฉพาะ ดอกไม้สีแดงต่างๆ  เช่น
      ดอกทองหลางป่า  ดอกงิ้วป่า  เป็นต้น 

สำหรับ I.S. Beauty Bird
      ได้ขึ้นทะเบียนการครอบครอง (นกหกใหญ่) ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2546)
ต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และได้ทำการเพาะพันธุ์
       ซึ่งนกมีพฤติกรรมเข้าคู่  ป้อนปาก  และเข้ารังไข่
คาดว่าจะเป็นนกไทยที่หายากชนิดหนึ่งที่สามารถเพาะพันธุ์ในกรงเพาะให้ประสบผลสำเร็จได้



                                                                                                                                                   กลับไปหน้าสารบัญหลักแหล่งความรู้
กลับไปหน้าสารบัญหลัก

 

กลับไปหน้าสารบัญหลัก