เพิ่มเติมข้อมูล 3 สิงหาคม 2554

 

เลิฟเบิร์ด เป็นนกแก้วประเภทหนึ่งที่มีขนาดเล็กความยาว 5-6 นิ้ว  โดยมีถิ่นกำเนิดในทวีปอัฟริกา และหมู่เกาะมาดากัสก้าซึ่งเป็นแถบที่อบอุ่นถึงค่อนข้างร้อน ในธรรมชาติเลิฟเบิร์ดจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม 
เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์และเลือกคู่ได้แล้วมันจะอยู่กับคู่ของมันไปจนตาย 

ด้วยเหตุนี้จึงมีชื่อวิทยาศาสตร์เป็นภาษากรีกว่า Agapornis
มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า Lovebird   

แต่ในปัจจุบัน Lovebird ได้กลายเป็นนกสวยงามที่มนุษย์ได้นำมาทำการพัฒนาจนกลายเป็นนกสวยงาม
ซึ่งสามารถเพาะขยายพันธุ์ในกรง อีกทั้งสามารถสลับคู่ครองได้จึงแตกต่างไปจากนกในธรรมชาติที่จะอยู่
                                     กับคู่ของมันเพียงตัวเดียวไปจนตาย

เลิฟเบิร์ด เป็นนกที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม และมีสีสันที่สวยงาม อีกทั้งยังสามารถทำการพัฒนาให้สวยยิ่งๆ ขึ้นไปได้อีกด้วย  ประกอบกับช่วงวัยเจริญพันธุ์ที่ไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไปจึงทำให้ผู้เลี้ยงเกิดจินตนาการ เกิดความตื่นเต้น เกิดความประทับใจ และมีความสุข ในนกชนิดนี้เป็นพิเศษ  อีกทั้งสามารถนำลูกนกมาป้อนเพื่อเลี้ยงเป็นนกเชื่่องและนกบางตัวสามารถสอนให้พูดได้อีกด้วย


สายพันธุ์

สำหรับประเทศไทยนิยมแยกนกเลิฟเบิร์ด ออกเป็น 2 ชนิด คือ
ชนิดมีขอบตา (White Eye-ring) และไม่มีขอบตา (Non Eye-ring)


นกทั้ง 2 ชนิดแบ่งออกเป็นสายพันธุ์หลักๆ ได้ 9 สายพันธุ์  ดังนี้

ชนิดมีขอบตา (White Eye-ring)

  • Personata       (Mask Lovebird)        

  • fischeri            (Fischer’s Lovebird)          

  • Nigrigenis        (Black Cheeked Lovebird)       

  • Lilianae            (Nyasa Lovebird)

ชนิดไม่มีขอบตา  (Non Eye-ring)

  • Roseicollis           (Peach Face Lovebird)

  • Swindemiana      (Black Collared Lovebird) 

  • Cana                  (Madagascar LoveBird)    

  • Taranto              (Abyssinian Lovebird)   

  • Pullaria                (Red Face Lovebird)

เลิฟเบิร์ด ที่สามารถพบเห็นได้ในปัจจุบันโดยทั่วๆ ไป  ได้แก่

  • Personata         (Mask Lovebird)

  • fischeri              (Fischer’s Lovebird)

  • Roseicollis         (Peach Face Lovebird)

เลิฟเบิร์ดเป็นนกที่เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก 

อาหารที่นิยม ประกอบด้วย  มิลเล็ตขาว  มิลเล็ตแดง  มิลเล็ตดำ  ฮวยมั๊ว  ข้าวไรท์   ข้าวเม็ดมะเขือ  ข้าวเปลือก  ข้าวโอ๊ต 
เมล็ดทานตะวัน  หญ้าขน  กระเพรา  ตะไคร้่  ขนมปัง  ข้าวโพด  เสริมแคลเซี่ยมด้วยกระดองปลาหมึกและเปลือกหอยป่น เป็นต้น 
นอกจากรายการอาหารข้างต้นแล้วบางโอกาส I.S. Beauty Bird ยังเสริมด้วย เมล็ดบัีควีท  ไข่ผง  โหระพา ตำลึง  และ ผักโขม  ฯลฯ

ในปัจจุบันร้านอาหารสัตว์จะมีอาหารผสมสำหรับเลิฟเบิร์ดไว้บริการจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
และอาหารดังกล่าวข้างต้นไม่จำเป็นต้องให้ทุกอย่างในทุกวัน  แต่เป็นรายการอาหารที่นิยมใช้เท่านั้น

การให้อาหาร ของ I.S. Beauty Bird

อาหารหลัก

อาหารเสริม (ประจำสัปดาห์)

อาหารเสริม (ตามโอกาส)

 

อาหารและวิธีการให้อาหาร (พอสังเขป)

อาหาร


อาหารหลัก  I.S. Beauty Bird  ทำการผสมเองด้วยอัตราการตวงประกอบด้วย

                      ข้าวมิลเล็ตขาว        อัตราผสม                8  ส่วน
                      ข้าวมิลเล็ตแดง        อัตราผสม                1  ส่วน
                      ข้าวมิลเล็ตดำ          อัตราผสม                1  ส่วน
                      ข้าวไรท์                  อัตราผสม                3  ส่วน
                      ข้าวเม็ดมะเขือ         อัตราผสม                5  ส่วน
                      ฮวยมั๊ว                    อัตราผสม                3  ส่วน

                                       
                      สำหรับเมล็ดทานตะวันจะให้ต่างหากไม่ผสมรวมลงไป

 

อาหารเสริม (ประจำสัปดาห์) ประกอบด้วย ข้าวโพดสด ขนมปัง ข้าวโอ๊ต กระเพรา ตระไคร้ และ หญ้าขน

อาหารเสริม (ตามแต่โอกาส) ประกอบด้วย เมล็ดบัีควีท  ไข่ผง  โหระพา ตำลึง ผักโขม  ฯลฯ

อื่นๆ              อาทิ  เปลือกหอยป่น กระดองปลาหมึก และ วิตามิน


สำหรับวิตามินสำหรับนก ในท้องตลาดมีขายอยู่หลายยี่ห้อหลายราคา สามารถเลือกใช้ได้ตามสะดวก สามารถพิจารณาคุณสมบัติ และปริมาณการใช้  โดยอ่านจากฉลากซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ


วิธีการให้อาหาร
อาหารหลัก  แยกถ้วยอาหารออกเป็นถ้วยอาหารผสม และถ้วยเมล็ดทานตะวัน

อาหารเสริม 
ให้สลับตามความเหมาะสม หรือ ปรับเปลี่ยนตามที่เห็นสมควร  โดยปกติ I.S. Beauty Bird จะให้ดังนี้

  1. นกที่เลี้ยงลูกอ่อน จะได้รับข้าวโพดสด  และ/หรือ ข้าวโอ๊ต และ/หรือ ขนมปัง  ทุกวัน
  2. ลูกที่เพิ่งแยกจากพ่อแม่  จะได้รับข้าวโพดสด  และ/หรือ ข้าวโอ๊ต และ/หรือ ขนมปัง  ทุกวัน
  3. นกกรงอื่นๆ จะได้รับข้าวโพดสด อาทิตย์ละ 3 วัน ขนมปังและข้าวโอ๊ต ได้รับสลับวัน
  4. กระเพราทุกกรงจะได้รับ  อาทิตย์ละ 2 วัน (วันอาทิตย์ – วันจันทร์)
  5. ตระไคร้ทุกกรงจะได้รับ อาทิตย์ละ 2 วัน (วันอังคาร - วันพุธ)
  6. หญ้าขนกรงที่ไม่มีลูกอ่อนจะได้รับ  อาทิตย์ละ 3 วัน (วันพฤหัสบดี – วันเสาร์)
  7. ไข่ผงให้เฉพาะนกที่เลี้ยงลูกอ่อน  (ถ้าให้ไข่ผงจะงดข้าวโอ๊ต)
  8. เมล็ดบัควีด โหระพา ตำลึง และ ผักโขม  (จะให้เป็นบางโอกาส ไม่ได้กำหนดแน่นอนตายตัว)

น้ำ  I.S. Beauty Bird   ใช้น้ำที่ผ่านการกักเก็บเพื่อลดคลอรีนผสมกับวิตามินหรือยาที่จำเป็นในตอนเช้าและเก็บถ้วยน้ำในตอนเย็น  หากมีเวลาในช่วงบ่ายจะเข้าไปในโรงเรือนเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย  และอาจทำการเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าสำหรับกรงที่เห็นว่าน้ำมีสิ่งปนเปื้อน  อาทิ  มูลนก  อาหาร  หรือ เกิดจากนกลงไปเล่นน้ำทำให้น้ำไม่สะอาด                                       


อย่ามองข้ามความปลอดภัย


พืช ผัก และ ผลไม้ ที่ให้กับนก อาจมีปุ๋๊ย หรือ ยาฆ่าแมลง ปนเปื้อนมาด้วย ดังนั้น ควรล้างทำความสะอาดก่อนทุกครั้ง อาจล้างด้วยน้ำเปล่า หรือล้างด้วยผลิตภัณฑ์ล้างผักและผลไม้็ตามแต่จะเห็นสมควร

 

สำหรับ I.S. Beauty Bird ใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (SODIUM BICARBONATE)
       
ผสมน้ำเพื่อล้าง พืช ผัก และ ผลไม้ ทุกครั้ง

การเลือกซื้อนก
เลือกซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้ พิจารณาการเลี้ยงดูของผู้ขายโดยรวม ไม่ควรซื้อนกจากแหล่งที่มีนกป่วยปะปนอยู่ เลือกนกที่ร่าเริงไม่เซื่องซึม ดวงตาสดใสไม่มีลักษณะระคายเคือง ขนสวยเป็นระเบียบ ไม่อยู่ในช่วงถ่ายขน ปีกไม่ตกไปข้างใดข้างหนึ่ง นิ้วเท้าครบ จงอยปากไม่ยาวหรือผิดปกติ ไม่มีขี้ติดตูด ไม่มีอาการบาดเจ็บ เลือกนกที่ไม่เด็กจนเกินไปและควรคลำดูที่หน้าออกด้วย หากมีกระดูกหน้าอกโผล่แหลมออกมาไม่ควรซื้อเพราะนกอาจยังกินอาหารไม่เก่งหรืออาจป่วยก็เป็นได้

     การจับคู่
นกเลิฟเบิร์ดเป็นนกที่ดูเพศด้่วยสายตาได้ค่อนข้างยาก โดยทั่วไปมักจะเป็นการจับตะเกียบนกซึ่งไม่สามารถฟันธงได้ 100% สำหรับนกบางตัวที่ราคาสูงอาจนำไปตรวจ DNA ซึ่งก็ยังมีโอกาสพลาดได้แต่เกิดขึ้นน้อย ดังนั้น การจับคู่โดยให้นกเลือกกันเองด้วยวิธี ปล่อยไว้ในกรงบินรวมแล้วสังเกตพฤติกรรมของนก อาทิ การแต่งตัวให้กัน การป้อนอาหารกัน การเหน็บหญ้าซึ่งส่วนใหญ่ตัวที่เหน็บหญ้ามักจะเป็นตัวเมีย และตัวที่เป็นฝ่ายป้อนอาหารมักจะเป็นตัวผู้

สำหรับ I.S. Beauty Bird จะใช้การวางแผนว่าต้องการเห็นอะไรในรุ่นลูก ก็จะทำการจับคู่แบบบังคับคู่ หรือ ใช้วิธีกึ่งบังคับคู่ กล่าวคือ ถ้าต้องการเห็นอะไรในรุ่นลูกก็จะดูว่านกตัวไหนมีสายเลือดที่สามารถตอบสนองโจทย์ได้่ก็จะค้นหานก ตัวผู้และตัวเมียแยกคู่ให้อยู่ต่างหาก เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ก็ตรวจดูอีกครั้งว่าถูกเพศหรือไม่ หากถูกเพศและมีพฤติกรรมการจับคู่ก็มักจะ ไม่ผิดหวัง กรณีที่มีนกหลายตัวที่สามารถเข้าคู่เพื่อตอบโจทย์ได้ก็จะใช้วิธีคัดเลือกสายเลือดที่ต้องการแล้วปล่อยไว้ในกรงบินรวม เพื่อให้นกจับคู่กันเอง หากการจับคู่ ในกรงรวมเป็นการจับคู่ที่ผิด เช่น พี่กับน้องจับคู่กัน ก็จะทำการแยกนกและอาจเปลี่ยนมาใช้วิธี บังคับคู่แทน

อายุนกที่เหมาะสมในการเข้าคู่
สำหรับ I.S. Beauty Bird จะใช้นกที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี เพราะนกจะมีความสมบูรณ์ทางร่างกายเต็มที่มีความพร้อมในการให้ลูกที่ดี และโอกาสจับคู่ผิดพลาดมีน้อย
   หากต้องการได้ผลผลิตเร็วกว่านี้ ผู้เลี้ยงสามารถเลือก นกประเภทไม่มีขอบตา อายุ 6 เดือน ขึ้นไป และเลือกนกประเภทมีขอบตา อายุ 8 เดือนขึ้นไป ก็สามารถให้ผลผลิตได้เช่นกัน


เหตุใดที่ทำให้เลิฟเบิร์ดได้รับความนิยมในปัจจุบัน

สำหรับชาวไทย เลิฟเบิร์ดจัดเป็นนกที่มีชีวิตความเป็นอยู่ี่เหมาะกับสภาพอาการในเมืองไทย  ช่วงวัยเจริญพันธุ์ไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป
มีหลากหลายสีสันและหลายราคาให้เลือก ตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักหมื่น (นกบางตัวอาจถึงหลักแสนเลยทีเดียว)  จะเลี้ยงเพียงตัวเดียว
เลี้ยงเป็นคู่ หรือเลี้ยงรวมฝูงก็ได้  สามารถนำลูกนกมาป้อนฝึกให้เป็นนกเชื่อง อีกทั้งสามารถฝึกนกเชื่องเพื่อปล่อยบินเป็นนกบินอิสระ หรือนำไปฝึกให้เล่นเกมส์นกเหล่านี้ก็สามารถทำได้อีกด้วย  การเลี้ยงเลิฟเบิร์ดจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ สร้างความสุขให้กับผู้เลี้ยงได้หลายรูปแบบ ทำใ้ห้เป็นนกที่สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของผู้เลี้ยงไ้ด้ในหลายด้าน หลายมิติ 

สำหรับชาวต่างประเทศ เลิฟเบิร์ดเป็นนกที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจด้วยเหตุผลที่อาจแตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น บางประเทศเลี้ยงเพื่อแข่งเสียงร้อง บางประเทศให้ความสนใจในเรื่องของ Mutations และ Genetic บางประเทศให้ความสนใจเพราะเป็นนกที่มีอยู่น้อยในประเทศของตน  ในขณะที่หลายๆ ประเทศขาดแคลนต้นทุนว่าด้วยสภาพดินฟ้าอากาศ รวมไปถึงความคุมเข้มทางด้านกฎหมายและความยุ่งยากในการนำเข้าและส่งออก

ด้วยเหตุนี้ เลิฟเบริ์ดจึงเป็นนกที่มีเสน่ห์อยู่ในตนเองผ่านมุมมองและวิธีิคิดที่หลากหลาย ภายใต้สมยานามที่คุ้นหูคนไทยว่า

"เลิฟเบิร์ดจ้าวแห่งสีสัน"

กลับไปหน้าสารบัญหลักแหล่งความรู้

 

กลับไปหน้าสารบัญหลัก