เพิ่มเติมข้อมูล 27 ก.พ. 2551

เลิฟเบิร์ด เป็นนกแก้วประเภทหนึ่งที่มีขนาดเล็กความยาว 5-6 นิ้ว  โดยมีถิ่นกำเนิดในทวีปอัฟริกาและหมู่เกาะมาดากัสก้าซึ่งเป็นแถบที่อบอุ่นถึงค่อนข้างร้อน ในธรรมชาติเลิฟเบิร์ดจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ 
และเลือกคู่ได้แล้วมันจะอยู่กับคู่ของมันไปจนตาย  ด้วยเหตุนี้จึงมีชื่อวิทยาศาสตร์เป็นภาษากรีกว่า Agapornis
มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า Lovebird   แต่ในปัจจุบัน Lovebird ได้กลายเป็นนกสวยงามที่มนุษย์ได้นำมา
ทำการพัฒนาจนกลายเป็นนกสวยงามที่สามารถเพาะขยายพันธุ์ในกรง รวมทั้งสามารถสลับคู่ได้ซึ่งแตกต่าง
จากในธรรมชาติที่จะอยู่กับคู่ของมันไปจนตาย

เลิฟเบิร์ด  เป็นนกที่มีสีสันสวยงามและสามารถพัฒนาสีได้  จึงเป็นนกที่ทำให้ผู้เลี้ยงเกิดจินตนาการ และมีความสุขเมื่อได้เห็นลูกหลานที่มีสีสันแตกต่างออกไปจากพ่อแม่นก  อีกทั้งสามารถนำลูกนกมาป้อนเพื่อให้เป็นนกเชื่องและสามารถสอนให้พูดได้อีกด้วย


สายพันธุ์

โดยทั่วไปนิยมแยกนกเลิฟเบิร์ด ออกเป็น 2 ชนิด คือ
ชนิดมีขอบตา (White Eye-ring) และไม่มีขอบตา (Non Eye-ring)


นกทั้ง 2 ชนิดแบ่งออกเป็นสายพันธุ์หลักๆ ได้ 9 สายพันธุ์  ดังนี้

ชนิดมีขอบตา (White Eye-ring)

  • Personata       (Mask Lovebird)        

  • fischeri            (Fischer’s Lovebird)          

  • Nigrigenis        (Black Cheeked Lovebird)       

  • Lilianae            (Nyasa Lovebird)

ชนิดไม่มีขอบตา  (Non Eye-ring)

  • Roseicollis           (Peach Face Lovebird)

  • Swindemiana      (Black Collared Lovebird) 

  • Cana                  (Madagascar LoveBird)    

  • Taranto              (Abyssinian Lovebird)   

  • Pullaria                (Red Face Lovebird)

เลิฟเบิร์ด ที่สามารถพบเห็นได้ในปัจจุบันโดยทั่วๆ ไป  ได้แก่

  • Personata         (Mask Lovebird)

  • fischeri              (Fischer’s Lovebird)

  • Roseicollis         (Peach Face Lovebird)

 

อาหาร

 

 

เลิฟเบิร์ดเป็นนกที่เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก 
อาหารที่นิยมใช้ประกอบด้วย  มิลเล็ตขาว  มิลเล็ตแดง  มิลเล็ตดำ  ฮวยมั๊ว  ข้าวไรท์   ข้าวเม็ดมะเขือ  ข้าวเปลือก  ข้าวโอ๊ต 
เมล็ดทานตะวัน  หญ้าขน  กระเพรา  ตะไคร้่  ขนมปัง  ข้าวโพด  เสริมแคลเซี่ยมด้วยกระดองปลาหมึกและเปลือกหอยป่น เป็นต้น 

ซึ่งในปัจจุบันร้านอาหารสัตว์จะมีอาหารผสมสำหรับเลิฟเบิร์ดไว้บริการจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
และอาหารดังกล่าวข้างต้นไม่จำเป็นต้องให้ทุกอย่างในทุกวัน  แต่เป็นรายการอาหารที่นิยมใช้เท่านั้น

สำหรับ I.S. Beauty Bird
นอกจากรายการอาหารดังกล่าวข้างต้นแล้วบางโอกาสยังเสริมด้วย เมล็ดบัีควีท  ไข่ผง  โหระพา ตำลึง  และ ผักโขม  เป็นต้น



                                             อาหารและวิธีการให้อาหาร
(พอสังเขป)

อาหาร
อาหารหลัก  I.S. Beauty Bird  ทำการผสมเองด้วยอัตราการตวงประกอบด้วย
                      ข้าวมิลเล็ตขาว        อัตราผสม                8  ส่วน
                      ข้าวฟ่างแดง            อัตราผสม                1  ส่วน
                      ข้าวฟ่างดำ              อัตราผสม                1  ส่วน
                      ข้าวไรท์                  อัตราผสม                3  ส่วน
                      ข้าวเม็ดมะเขือ         อัตราผสม                5  ส่วน
                      ฮวยมั๊ว                    อัตราผสม                3  ส่วน
                      สำหรับเมล็ดทานตะวันจะให้ต่างหากไม่ผสมรวมลงไป

อาหารเสริม  อาทิ  ข้าวโพดสด ขนมปัง ข้าวโอ๊ต ไข่ผง กระเพรา ตระไคร้ และ หญ้าขน

อื่นๆ              อาทิ  เปลือกหอยป่น กระดองปลาหมึก และ วิตามิน
สำหรับวิตามินสำหรับนก ในท้องตลาดมีขายอยู่หลายยี่ห้อหลายราคา สามารถเลือกใช้ได้ตามสะดวก สามารถพิจารณาคุณสมบัติ และปริมาณการใช้  โดยอ่านจากฉลากซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ

วิธีการให้อาหาร
อาหารหลัก  แยกถ้วยอาหารออกเป็นถ้วยอาหารผสม และถ้วยเมล็ดทานตะวัน

อาหารเสริม 
ให้สลับตามความเหมาะสม หรือ ปรับเปลี่ยนตามที่เห็นสมควร  โดยปกติ I.S. Beauty Bird จะให้ดังนี้

  1. นกที่เลี้ยงลูกอ่อน จะได้รับข้าวโพดสด  ข้าวโอ๊ต  และขนมปัง  ทุกวัน
  2. ลูกที่เพิ่งแยกจากพ่อแม่  จะได้รับข้าวโพดสด  ข้าวโอ๊ต  ทุกวัน
  3. นกกรงอื่นๆ จะได้รับข้าวโพดสด อาทิตย์ละ 3 วัน ขนมปังและข้าวโอ๊ต ได้รับสลับวัน
  4. ตระไคร้ทุกกรงจะได้รับ อาทิตย์ละ 1 วัน (วันจันทร์)
  5. กระเพราทุกกรงจะได้รับ  อาทิตย์ละ 2-3 วัน (วันจันทร์ – วันพุธ)
  6. หญ้าขนกรงที่ไม่มีลูกอ่อนจะได้รับ  อาทิตย์ละ 3-4 วัน (วันพฤหัสบดี – วันเสาร์)
  7. ไข่ผงให้เฉพาะนกที่เลี้ยงลูกอ่อน  (ถ้าให้ไข่ผงจะงดข้าวโอ๊ต)

น้ำ  I.S. Beauty Bird   ใช้น้ำที่ผ่านการกักเก็บเพื่อลดคลอรีนผสมกับวิตามินหรือยาที่จำเป็นในตอนเช้าและเก็บถ้วยน้ำในตอนเย็น  หากมีเวลาในช่วงบ่ายจะเข้าไปในโรงเรือนเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย  และอาจทำการเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าสำหรับกรงที่เห็นว่าน้ำมีสิ่งปนเปื้อน  อาทิ  มูลนก  อาหาร  หรือ เกิดจากนกลงไปเล่นน้ำทำให้น้ำไม่สะอาด

 

 

การเลือกซื้อนก
เลือกนกที่ร่าเริง  ไม่เซื่องซึม  ดวงตาสดใสไม่มีลักษณะระคายเคือง  ขนสวยเป็นระเบียบ  ไม่อยู่ในช่วงถ่ายขน  ปีกไม่ตกไปข้างใดข้างหนึ่ง  นิ้วเท้าครบ  จงอยปากไม่ยาวหรือผิดปกติ  ไม่มีขี้ติดตูด  ไม่มีอาการบาดเจ็บ เลือกนกที่ไม่เด็กจนเกินไปและควรคลำดูที่หน้าอกด้วยหากมีกระดูกหน้าอกโผล่แหลมออกมาไม่ควรซื้อเพราะนกอาจยังกินอาหารไม่เก่ง หรืออาจป่วยก็เป็นได้ 

การจับคู่
นกเลิฟเบิร์ดเป็นนกที่ดูเพศด้วยสายตาได้ค่อนข้างยาก  โดยทั่วไปมักจะเป็นการจับตะเกียบนกซึ่งไม่สามารถฟันธงได้ 100%  สำหรับนกบางตัวที่ราคาสูงอาจนำไปตรวจ DNA แต่ก็ยังมีโอกาสผิดพลาดได้แต่เกิดขึ้นน้อยมาก  ดังนั้น  บางครั้งอาจจับคู่โดยให้นกเลือกคู่กันเองโดยปล่อยในกรงบินรวมแล้วสังเกตพฤติกรรมของนก อาทิ การแต่งตัวให้กัน  การป้อนอาหารกัน  การเหน็บหญ้าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพฤติกรรมของตัวเมีย  การป้อนปากซึ่งส่วนใหญ่ตัวผู้จะเป็นผู้ป้อน 

สำหรับ I.S. Beauty Bird จะใช้การวางแผนว่าต้องการเห็นอะไรในรุ่นลูก ก็จะทำการจับคู่แบบบังคับคู่  หรือ อาจใช้วิธีกึ่งบังคับคู่  กล่าวคือ ถ้าต้องการเห็นอะไรในรุ่นลูกก็จะดูว่านกตัวไหนมีสายเลือดที่สามารถตอบโจทย์ได้ก็จับคู่หาตัวผู้ตัวเมียแยกคู่ต่างหากถือเป็นการบังคับคู่ให้เขาเพราะเขาไม่มีตัวเลือกเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ร่างกายพร้อม เข้าคู่ถูกเพศ ก็มักจะไม่ผิดหวัง  แต่ในกรณีที่มีนกหลายตัวที่สามารถจับคู่และตอบโจทย์ได้ก็จะใช้วิธีคัดเลือกสายเลือดที่ต้องการแล้วปล่อยไว้ในกรงบินรวมหลายๆ ตัว เพื่อให้เขาจับคู่กันเอง  หากการจับคู่ในกรงรวมเป็นการจับคู่ผิด เช่น พี่กับน้องจับคู่กันเอง ก็จะทำการแยกนกและอาจเปลี่ยนมาใช้วิธีบังคับคู่แทน  อายุนกที่เหมาะสมในการเข้าคู่ คือ 1 ปี  นกจะมีความสมบูรณ์และมีความพร้อมในการให้ลูกที่ดี  แต่ถ้าต้องการให้เร็วกว่านั้นสำหรับนกประเภทไม่มีขอบตา อายุประมาณ 6 เดือน ประเภทมีขอบตา อายุประมาณ 8 เดือน ก็สามารถให้ผลผลิตได้

                                                                                                                                                   กลับไปหน้าสารบัญหลักแหล่งความรู้

 

กลับไปหน้าสารบัญหลัก